หน้าหลัก ถามตอบปัญหาธรรม

การดูชีวิตต่อ
เราดูกายว่าร่างกายนี่เป็นหุ่นยนต์ แล้วเอาสติจับทั่วทั้งร่างกายโดยไม่คิดสิ่งใด ๆ เลยในขณะทำใช่หรือเปล่าคะ แล้วการมองดูชีวิตคนอื่น ว่าเป็นชีวิต ๆ นีง มีลมหายใจ มันแตกต่างกับการมองกายอย่างไรคะ ขอบคุณคะ
โดยคุณ  ใหม่ ลาดปลาเค้า   kpaswan_a@hotmail.com   24 กุมภาพันธ์ 2553    จำนวนผู้ตอบ [ 1 ]

คำตอบที่ 1
-- การดูกายอย่างที่อธิบายมานั้นถูกต้องแล้ว การดูกายเป็นการดูท่าทางของกายว่าปัจจุบันอยู่ในท่าอย่างไร ไม่มีการพูด ไม่มีการท่อง มีแต่สติที่รู้ในท่าทางอย่างเดียว ที่สำคัญต้องให้มีความรู้สึกว่าตัวนี้เป็นหุ่นยนต์ ไม่ใช่เรา -- การดูกายเป็นการดูเฉพาะกาย ไม่ดูอย่างอื่น สติตั้งอยู่ที่เดียว และจะดูเฉพาะกายตนเองเท่านั้น ไม่ดูกายคนอื่น ส่วนการดูชีวิต อาจดูชีวิตตนเองก็ได้ ดูชีวิตคนอื่นก็ได้ ดูทั้งชีวิตตนเอง และชีวิตอื่นไปพร้อมๆ กันก็ได้ หรือดูกลุ่มของชีวิตหลายๆ ชีวิตไปพร้อมๆ กันก็ได้ สติตั้งได้หลายที่หมุนเวียนกันไป หรือตั้งอยู่หลายที่พร้อมๆ กันก็ได้ แต่ละขณะเราอาจสนใจกายของชีวิตก็ได้ หรืออาจสนใจจิต หรืออาจสนใจเวทนาคือการรับรู้อารมณ์ของชีวิตก็ได้ สติตั้งที่ไหนได้ง่าย ได้ดี ก็ให้ตั้งอยู่ที่นั้น การดูชีวิต เป็นการดูการทำงานของชีวิต ดูความเป็นไปของชีวิต ซึ่งโดยปรกติควรจะสนใจสภาพแวดล้อมด้วย เป็นการมองที่กว้างกว่าการดูกาย ยกตัวอย่างเช่นเวลาที่เราเห็นคนกำลังโกรธ เราก็ดูกายของเขาว่ามีท่าทางอย่างนั้น พร้อมกับรู้ว่าจิตของเขามีโทสะ จะเห็นว่าสติตั้งที่กายด้วย ตั้งที่จิตด้วย แต่ผลโดยรวมคือรู้ว่าชีวิตนั้นกำลังโกรธ เวลาที่เราเห็นคนกำลังมอง เราก็ดูกายของเขาว่ามีท่าทางอย่างนั้น พร้อมกับสนใจเวทนาคือการเห็นของเขาด้วย จะเห็นว่าสติตั้งที่กายด้วย ตั้งที่เวทนาด้วย แต่ผลโดยรวมก็คือรู้ว่าชีวิตนั้นกำลังมอง -- เนื่องจากการดูชีวิต สติตั้งอยู่หลายที่ สมาธิจึงอ่อนกว่าการดูกาย แต่มีข้อดีคือเราเข้าสู่สภาพที่เห็นชีวิตแบบปรมัตถ์ได้เร็วกว่าวิธีอื่นๆ โดยไม่ต้องใช้สมาธิมากนัก จึงสามารถดับกิเลสได้เร็ว ได้ง่ายกว่าวิธีอื่น เหมาะที่จะนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน แต่เนื่องจากสมาธิไม่แรง จึงต้องมีการทำสมาธิให้แรงในตอนเช้าก่อน เช่นมองภาพแบบปรมัตถ์ เมื่อสมาธิแรงแล้ว ในชีวิตประจำวันก็จะดูชีวิตได้ง่ายขึ้น
โดย  อ.ชวยง พิกุลสวัสดิ์     25 กุมภาพันธ์ 2553